หน้าแรกของมิเนเร่ประวัติน้ำแร่สวนผึ้งประชาสัมพันธ์น้ำแร่ผลิตภัณฑ์น้ำแร่ติดต่อน้ำแร่สวนผึ้ง

 

ธารน้ำร้อนบ่อคลึง(หน้า 2)

ผู้บุกเบิก หรือ ผู้บุกรุก
ในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวนหรือป่าจำแนกแต่เมื่อเราขีดเส้นไว้ประชาชนก็อยู่ในนั้นแล้วเขาจะเอากฎหมายป่าสงวนไปบังคับคนที่ยังอยู่ในป่าที่พึ่งสงวนทีหลัง โดยขีดเส้นบนแผ่นกระดาษก็ดูชอบกลอยู่แต่มีปัญหาคือเมื่อขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในนั้นก็กลายเป็นฝ่าฝืนกฎหมายไปถ้าดูในทางกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืนเพราะตราเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ถ้าดูตามธรรมชาติ ใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย ก็ผู้ขีดเส้นนั่นเอง เพราะว่าบุคคลผู้อยู่ในป่านั้นเขาอยู่ก่อน เขามีสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์ หมายความว่าทางราชการบุกรุกบุคคล ไม่ใช่บุคคลบุกรุกบ้านเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงานวันรพี ณ พระตำหนักจิตรลดาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2516
ประวัติผู้บุกเบิก

ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า สถานที่ที่ท่านทั้งหลายได้มาเยี่ยมชม มายืน ณ ที่นี้ ใครหนอเป็นผู้บุกเบิก ใครหนอเป็นผู้พัฒนาให้มีความสะดวกสบาย โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมเลยแม้สักนิดเดียว เขาได้มาโดยวิธีใด เมื่อใด ยากลำบากสักเพียงใดกว่าจะได้แผ่นดินนี้มา เมื่อท่านทอดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณขณะนี้ ท่านจะพบกับ
ซากรถ ซากเครื่องจักร และอุปกรณ์การทำเหมืองแร่ ซึ่งมิได้ใช้งานมานานหลายสิบปี ใกล้ ๆ กัน มีบ้านพักรูปทรงแตกต่างกันหลายหลังทั้งเก่าและใหม่มีบ่อน้ำจืดขนาดใหญ่ที่ด้านหน้าบริเวณทางเข้า บ่อน้ำขนาดใหญ่เกิดจากการสร้างของธรรมชาติ หรือฝีมือมนุษย์ ถ้าเป็นฝีมือมนุษย์เหตุใดจึงสร้างและสร้างเพื่อประโยชน์อันใดเล่าท่านลองหลับตานึกถึงภาพ สถานที่นี้ย้อนหลังกลับไป 77 ปี สภาพที่ปรากฏ คงทำให้ท่านได้เห็นภาพของป่าที่รกชัฏปกคลุมโดยต้นไม้นานาพรรณ ภูเขาที่สูงตระหง่านโอบล้อมบริเวณนี้ให้น่าหวั่นกลัว ปี พ.ศ. 2468 นานนักหนา สภาพของป่าที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดเข้ามา การเดินทางยากลำบาก อันตรายที่เกิดจากสัตว์ป่าและชนเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่ระหว่างรอยต่อของประเทศ ระบอบการปกครองของประเทศสมัยนั้นที่เกี่ยวพันกับรอยต่อตามแนวชายแดนเป็นอย่างไรการบุกเบิกเกิดจากหนุ่มชาวพระนคร(กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน) ด้วยวัยเพียง 20 ปีเศษ ความท้าทายทางธรรมชาติ ความแข็งแกร่งของจิตใจ ความมุ่งมั่นที่ฝ่าอุปสรรคเพื่อสร้างรากฐานของชีวิต โดยไม่ทำลาย ทำร้าย และเบียดเบียนผู้ใด ยากจะเชื่อได้ว่าบุตรชายคนโตของอำมาตย์เอกพระวรพากษ์พจน์ศิลป์ ผู้เป็นขุนนาง เป็นชายชาติทหาร
รับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดีตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 5) มาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) โดยความจงรักภักดี ที่กอบด้วยคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระราชทานนามสกุลโมนยะกุล
(MONYAKULA) อันเป็นเครื่องแสดงถึงคุณงามความดีที่ได้สร้างไว้ในแผ่นดิน นามว่า ประยูร โมนยะกุล ศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน กรุงเทพฯการบุกเบิกการทำเหมืองแร่นี้ได้ทำร่วมกับบริษัทจากประเทศอังกฤษชื่อ บริษัทแองโกลอีสเทิร์นทิน ต่อมาบริษัทแองโกลอีสเทิร์นทินได้ขายสัมปทานเหมืองแร่ให้กับ
บริษัทยิบอินซอยด์ซึ่งคุณพ่อประยูรได้ร่วมบริหารจนกระทั่งบริษัทยิบอินซอยด์ได้ขายกิจการให้คุณพ่อประยูรในเวลาต่อมาด้วยความดีของคุณพ่อกอรปกับเป็นผู้มีความรู้สูงความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี จึงได้รับเกียรติจากชาวราชบุรีให้เข้ารับตำ แหน่งนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรีถึง 2 สมัย และมีโอกาสทำงานร่วมกับท่าน
เจ้าคุณพหลพลพยุหเสนา ถือเป็นเกียรติกับคุณพ่อและครอบครัวอย่างยิ่งยวด

หน้า>1>2>3