ต่อจากหน้าที่แล้ว(หน้า 3)
เมื่อคุณพ่อได้เริ่มทำเหมืองแร่อยู่ที่บ่อคลึงแห่งนี้ คุณพ่อได้สำรวจบริเวณโดยรอบ จนกระทั่งได้พบธารน้ำแร่ร้อนธรรมชาติ คุณพ่อเรียกแบบเล่น ๆ คุณแม่ว่า “HOT SPRING OF KLUENG LAND” จากนั้นได้ปลูกเรือนพักอาศัยพร้อมบ้านพักคนงานหลายหลังด้วยกัน ในบริเวณใกล้ธารน้ำแร่ร้อน ในขณะที่ท่านได้พำนักอยู่ที่นี่คุณพ่อก็ได้ใช้น้ำจากธารน้ำแร่ร้อนในการอุปโภค บริโภค ตลอดอายุขัยของท่านคุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า การเดินทางมาที่นี่ในระยะแรกเต็มไปด้วยความยากลำบาก คุณพ่อพร้อมภรรยาและลูก ๆ ทั้ง 6 คน ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ยังไม่มีถนนหนทาง ไม่มี สะพานข้ามลำน้ำภาชีไม่มีสาธารณูปโภคใด ๆ อำนวยความสะดวกสบายเลย ในขณะนั้น ณ ที่แห่งนี้ไม่มีแม้
กระทั่งความปลอดภัย เต็มไปด้วยป่ารกทึบ ไข้ป่า ไข้มาลาเรีย ภัยจากสัตว์ป่าที่ดุร้าย และจากชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ถึงกระนั้นคุณพ่อก็ยังยืนหยัดที่จะอยู่ที่นี่ ดูแลรักษาที่แห่งนี้ด้วยชีวิตและวิญญาณของท่านเอง แม้จะมีนายพลกะเหรี่ยงมาขอซื้อที่แห่งนี้เพื่อใช้เป็นฐานทัพด้วยเงินมหาศาล แต่คุณ พ่อประยูร โมนยะกุล ได้ปฏิเสธโดยเด็ดขาด ยืนยันที่จะปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยด้วยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญคุณพ่อยอมทุ่มเทเสียสละทุกอย่าง แม้จะสูญเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล ท่านก็มิได้ตัดสินใจที่จะทำลายธารน้ำร้อนบ่อคลึงเพื่อจะนำแร่ขึ้นมาขายสร้างความมั่งมี ในสมัยนั้น ได้มีกลุ่มชาวบ้านที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าและน้ำแร่ร้อนแห่งนี้หมดไป คุณพ่อจึงทุ่มเทเวลาส่วนหนึ่งเข้าไปทำความคุ้นเคยกับชาวบ้านและแนะนำให้ทราบถึงประโยชน์ของป่าและผลของการทำลาย ในส่วนของการทำเหมืองแร่ซึ่งมีผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างมากนั้นคุณพ่อก็ได้ป้องกันไม่ให้ใครมาทำเหมืองแร่บริเวณธารน้ำร้อน เพราะหากมีการทำเหมืองแร่บริเวณนี้ จะทำให้หิน ทรายไหลมาทับถมธารน้ำร้อน ธรรมชาติอันงดงามก็จะหมดไป ในวันนี้คงไม่มีธารน้ำร้อนและธรรมชาติอันงดงามให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสสัมผัส พบเห็นกันอีกต่อไปแม้ถนนที่ท่านเดินทางเข้ามา ณ ที่แห่งนี้ คุณพ่อก็ได้ใช้เงินส่วนตัวทำถนนมายังธารน้ำร้อน ให้ท่านทั้งหลายเดินทางมาที่นี่ได้ทุกฤดูอย่างสะดวกสบายมากขึ้นด้วยความเป็นผู้รักธรรมชาติ เป็นนักอนุรักษ์ คุณพ่อจึงดูแลที่แห่งนี้ด้วยหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจและชีวิตของท่าน แม้บางช่วงของชีวิตจะพบกับอุปสรรคมากมาย ลำบากยากแค้นลำเค็ญเพียงใด ท่านก็ไม่เคยย่อท้อ แทนที่ท่านจะย้ายไปอยู่ในตัวเมืองราชบุรี แต่ท่านก็ยังคงยืนหยัดที่จะอยู่ที่นี่ ดูแลรักษาที่แห่งนี้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถึงแม้จะต้องสูญเสียทุนทรัพย์สักเท่าใด ท่านก็ยินดี เพื่อที่จะรักษาผืนแผ่นดินที่ท่านรักและไม่ยอมให้ใครมาทำลายเป็นอันขาดคุณพ่อได้ใช้เงินซื้อรถขุดมาขุดบ่อน้ำขนาดใหญ่ด้วยตัวท่านเองที่ด้านหน้าทางเข้า เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ในการบริโภคอุปโภคอย่างทั่วถึงและเพียงพอท่านจึงเป็นที่รักใคร่ของชาวบ่อคลึงนับได้ว่าหากไม่มีคุณพ่อประยูร โมนยะกุลผู้ซึ่งบุกเบิกที่แห่งนี้ เราท่านทั้งหลายก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นธรรมชาติอันงดงาม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย คงจะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ชื่อ
“ ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ” อย่างแน่นอน … คุณ พ่อประยูร โมนยะกุล บุรุษผู้รักความยุติธรรม กล้าหาญ เสียสละและมีเมตตา ผู้บุกเบิก อนุรักษ์ และเป็นเจ้าของที่แห่งนี้อย่างแท้จริง ชีวิตของท่านอยู่ที่นี่ พัฒนาและบำรุงรักษาที่นี่ด้วยความรัก ความหวงแหนสุดกำลังความสามารถจนกระทั่ง ณ วันที่ 22 กันยายน 2526 ท่านได้ลาจากโลกนี้ไป ท่ามกลางความอาลัยอย่างสุดซึ้งของภรรยา ลูก ๆ ทั้ง 6 คน และบุคคลใกล้ชิดของท่าน แต่กระดูกและวิญญาณของท่านยังคงอยู่ที่บ่อคลึง แผ่นดินที่ท่านรักมากที่สุด แผนผังการเข้ามาทำกินของนาย ประยูร โมนยะกุล
ปัจจุบันที่ดินทำเหมืองแร่เดิมดูแลและครอบครองโดยครอบครัวนาย ประยูร โมนยะกุล โดยได้เสียภาษีบำรุงท้องที่มากกว่า 20 ปี แล้ว และได้ใช้ที่แห่งนี้เลี้ยงวัว ปลูกพืช ผลไม้รวมทั้งได้ถวา
ยที่ดินจำนวน 22 ไร่ ให้กับโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยา ซึ่งเป็นโครงการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นที่ตั้งร้านขายของที่ระลึกสำนักงานของโครงการ บ้านพักของเจ้าหน้าที่ สถานีดับไฟป่า และในส่วนอื่น ๆ ของโครงการทั้งหมดที่ตั้งของธารน้ำร้อนนี้เป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 ไม่ใช่เป็นที่ทำเหมืองแร่แต่อย่างใด เป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เป็น นส. 3 ของครอบครัว ในอดีตใช้ทำเกษตรเพื่อยังชีพและปลูกบ้านพักอาศัยเท่านั้น จึงมีความงดงามเพราะมีป่าที่สมบูรณ์
หน้า>1>2>3
|